ขาดทุนจากเลเวอเรจไม่จำกัดแค่เงินที่ตั้งใจเสี่ยง

ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ
เริ่มต้นกับหุ้น BEM
BEM หรือ Bangkok Expressway and Metro Public Company Limited คือบริษัทที่ดูแลทางด่วนและรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพฯ เป็นหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ SET อยู่ในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ และถูกบรรจุในดัชนี SET50 และ SET100
รายได้จากค่าผ่านทางและค่าโดยสารรถไฟฟ้ามีความสม่ำเสมอ และมีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่สนใจเทรด BEM ผ่าน CFD มีโบรกเกอร์ระหว่างประเทศให้เลือกใช้ EightCap เป็นหนึ่งในนั้น บทความนี้จะอธิบายวิธีการเทรด เงื่อนไข และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
BEM คืองานโครงสร้างพื้นฐานที่เติบโต
ธุรกิจหลักของ BEM แบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ คือทางด่วนและรถไฟฟ้าใต้ดิน สองส่วนนี้สร้างรายได้ประจำที่คาดการณ์ได้จากปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเมือง
หุ้นตัวนี้มีความผันผวนระดับปานกลาง ไม่ใช่หุ้นที่ราคากระโดดแรงทุกวัน แต่ก็ไม่ได้นิ่งสนิท การเทรดระยะสั้นทำได้แต่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ที่ดี ส่วนการลงทุนระยะยาวเหมาะกับคนที่เชื่อเรื่องการเติบโตของระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ
จุดดึงดูดสำคัญคือการเป็นหุ้นปันผล แม้อัตราผลตอบแทนจะอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง แต่ก็มีประวัติการจ่ายต่อเนื่อง ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการรายได้ประจำจากการถือหุ้น
เทรด BEM ผ่าน EightCap เป็นอย่างไร
EightCap เปิดบริการ CFD ครอบคลุมหุ้นและ ETF กว่า 580 ตัว รวมถึงหุ้นไทยอย่าง BEM ด้วย แพลตฟอร์มที่ใช้ได้มี MT4, MT5, TradingView, WebTrader และ TradeLocker
สำหรับนักลงทุนไทย EightCap รองรับการเปิดบัญชีผ่านนิติบุคคลในบาฮามาส (Eightcap Global Limited) ภายใต้ใบอนุญาต SCB หมายเลข SIA-F220 ไม่มีใบอนุญาตจาก SEC ประเทศไทย และนักลงทุนไทยต้องเผชิญข้อจำกัดด้านฟอเร็กซ์รายย่อยในประเทศ การเทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศจึงเป็นทางเลือกที่ใช้กันทั่วไป
ไฮไลท์สำคัญคือเลเวอเรจสูงสุด 1:500 สำหรับฟอเร็กซ์ ตัวเลขนี้กำหนดโดยโบรกเกอร์ ไม่ใช่โดยหน่วยงานกำกับดูแลของไทย
เงื่อนไขบัญชีและค่าธรรมเนียม
EightCap มีบัญชีสองแบบให้เลือก แต่ละแบบมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมต่างกัน เงินฝากขั้นต่ำ 100 USD
| รายการ | บัญชี Standard | บัญชี Raw |
|---|---|---|
| ค่าคอมมิชชัน | ไม่มี | 3.50 USD ต่อล็อตต่อฝั่ง |
| สเปรด | เริ่มต้น 1.0 pip | เริ่มต้น 0.0 pip |
| เงินฝากขั้นต่ำ | 100 USD | 100 USD |
การเลือกบัญชีขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณ บัญชี Raw เหมาะกับคนที่เทรดบ่อยและปริมาณมาก เพราะค่าสเปรดต่ำมากแต่เสียค่าคอมมิชชัน ส่วนบัญชี Standard เหมาะกับคนที่เทรดน้อยครั้งและอยากรู้ต้นทุนชัดเจน
เครื่องมือเทรดมีมากกว่า 800 รายการ รวมถึงฟอเร็กซ์ประมาณ 56 คู่, ดัชนี, โลหะ, พลังงาน และคริปโตอีกกว่า 100 เหรียญ
เงินฝากและถอนเงินทำอย่างไร
EightCap รองรับการฝากเงินผ่านบัตรเครดิต โอนผ่านธนาคาร Skrill และ Neteller สำหรับนักลงทุนไทย ยังไม่มีช่องทางเฉพาะรองรับเงินบาทโดยตรง การฝากเงินจึงต้องทำผ่านสกุลเงินหลักอย่าง AUD, USD, EUR, GBP, NZD, CAD หรือ SGD
| วิธีฝากเงิน | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|
| โอนผ่านธนาคาร | 1-5 วันทำการ |
| บัตรเครดิต/เดบิต | เร็ว เกือบทันที |
| Skrill / Neteller | เร็ว เกือบทันที |
ไม่มีค่าธรรมเนียมการฝากและถอนจากฝั่งโบรกเกอร์ แต่ธนาคารไทยอาจคิดค่าธรรมเนียมการโอนระหว่างประเทศได้
ข้อควรรู้สำหรับนักลงทุนไทย
การเทรดฟอเร็กซ์และ CFD ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศไม่ผิดกฎหมายสำหรับคนไทย ไม่มีกฎหมายห้ามการเทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ แต่ผู้ที่ให้บริการและชักชวนประชาชนในไทยต้องมีใบอนุญาตจาก SEC ไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) กำกับดูแลการโอนเงินตราต่างประเทศภายใต้พระราชบัญญัติการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์และตราสารอนุพันธ์อยู่ภายใต้การกำกับของ SEC ไทย ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ไม่มีใบอนุญาตโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์รายย่อยในประเทศไทย โบรกเกอร์ที่คนไทยใช้จึงเป็นโบรกเกอร์นอกชายฝั่งทั้งหมด
EightCap ไม่มีใบอนุญาตจาก SEC ไทย ให้บริการนักลงทุนไทยผ่านนิติบุคคลในบาฮามาสภายใต้ใบอนุญาต SCB ซึ่งหมายความว่าการคุ้มครองนักลงทุนจะอยู่ภายใต้กฎหมายบาฮามาส ไม่ใช่กฎหมายไทย
ภาษีจากกำไรการเทรด CFD ถือเป็นรายได้ส่วนบุคคลที่ต้องเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า ตั้งแต่ 0% สำหรับรายได้ไม่เกิน 150,000 บาท จนถึง 35% สำหรับรายได้เกิน 5,000,000 บาท
ตรวจสอบโบรกเกอร์ก่อนสมัคร
ก่อนเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ใดก็ตาม ควรตรวจสอบสถานะทางกฎหมายและประวัติให้ชัดเจน SEC ไทยมีเครื่องมือตรวจสอบที่เรียกว่า Check First และบัญชีรายชื่อ Investor Alert ที่อัปเดตสม่ำเสมอ
สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกโบรกเกอร์ระหว่างประเทศ ดูที่การกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เข้มแข็งอย่าง FCA, CySEC หรือ ASIC, การแยกเงินลูกค้าออกจากเงินบริษัท, ค่าธรรมเนียมที่โปร่งใส, ประวัติการดำเนินงาน และการสนับสนุนลูกค้าที่ตอบสนองดี
สำหรับโบรกเกอร์ที่ให้บริการผ่านนิติบุคคลนอกชายฝั่ง ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกรายไม่น่าเชื่อถือ การตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
กลยุทธ์การเทรด BEM
การเทรด BEM มีหลายแนวทางขึ้นอยู่กับเป้าหมายและระยะเวลาที่คุณวางแผน
การเทรดระยะสั้นอาศัยการติดตามข่าวสารและปริมาณการซื้อขายรายวัน ส่วนการเทรดระยะยาวเน้นวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของระบบขนส่งมวลชน การขยายเส้นทางรถไฟฟ้า และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
เช่นเดียวกับหุ้นอื่น ๆ การตั้งจุดตัดขาดทุนเป็นสิ่งจำเป็น การเทรดด้วยเลเวอเรจสูงถึง 1:500 เพิ่มทั้งโอกาสและความเสี่ยง หากราคาเคลื่อนไหวผิดทางเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เงินในบัญชีลดลงอย่างรวดเร็ว
ข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ต้องยอมรับ
การเทรด BEM ผ่าน EightCap มีข้อจำกัดที่ควรรู้ล่วงหน้า สกุลเงินในบัญชีไม่มีตัวเลือกเป็นบาทไทย ต้องใช้สกุลเงินหลักต่างประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อแปลงกลับเป็นบาท
การฝากเงินผ่านธนาคารอาจใช้เวลาหลายวันทำการ หากต้องการฝากเงินทันทีต้องใช้บัตรเครดิตหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการถอนเงินไม่มีค่าธรรมเนียมจากโบรกเกอร์ แต่อาจมีค่าธรรมเนียมจากธนาคารตัวกลาง
ไม่มีโปรโมชันเฉพาะสำหรับนักลงทุนไทยในขณะนี้ และ Eightcap ระบุว่าไม่มีโบนัสเงินฝากสำหรับกลุ่มบริษัท
เปรียบเทียบกับวิธีลงทุนอื่น
การเทรด BEM มีทางเลือกหลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกัน การเลือกขึ้นอยู่กับความสะดวกและเป้าหมายของคุณ
| ช่องทาง | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| ซื้อหุ้นผ่าน SET โดยตรง | ได้รับปันผลจริง เป็นเจ้าของหุ้นจริง | ต้องเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ไทย |
| เทรด CFD ผ่าน EightCap | เลเวอเรจสูง เทรดได้ทั้งขึ้นและลง | ไม่ได้ปันผล เสี่ยงเงินต้นสูง |
| กองทุนรวมที่ลงทุนหุ้นไทย | บริหารโดยมืออาชีพ กระจายความเสี่ยง | ค่าธรรมเนียมการจัดการ |
การเทรด CFD ให้ความยืดหยุ่นมากกว่า เพราะสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง และใช้เงินทุนน้อยกว่าการซื้อหุ้นจริง แต่ต้องยอมรับว่าการใช้เลเวอเรจเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปอย่างตรงไปตรงมา
EightCap เป็นโบรกเกอร์ที่มีประวัติการดำเนินงานยาวนานตั้งแต่ปี 2009 มีสำนักงานใหญ่ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย และให้บริการทั่วโลก จุดแข็งคือแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ตราสารคริปโตที่ครอบคลุม และค่าธรรมเนียมที่แข่งขันได้
สำหรับนักลงทุนไทย สถานะการให้บริการเป็นแบบนอกชายฝั่งผ่านบาฮามาส ซึ่งหมายถึงระดับการคุ้มครองที่น้อยกว่าการอยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มแข็งอย่าง FCA หรือ ASIC โดยตรง
เหมาะสำหรับนักเทรดที่เข้าใจความเสี่ยงและต้องการเข้าถึงตลาดหุ้นไทยผ่านโบรกเกอร์ระหว่างประเทศที่เชื่อถือได้ รวมถึงผู้ที่ต้องการเทรด BEM ร่วมกับตราสารอื่น ๆ ในบัญชีเดียว
ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการการคุ้มครองในระดับสูงสุดจากหน่วยงานกำกับดูแล หรือผู้ที่ไม่สบายใจกับสถานะนอกชายฝั่งของโบรกเกอร์ สำหรับกลุ่มนี้ ควรศึกษาทางเลือกที่เป็นโบรกเกอร์ภายใต้การกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เข้มแข็งมากกว่า
ธนา บุญมี
บรรณาธิการคู่มือมือใหม่ผู้สอนและโค้ชการเทรดที่ช่วยมือใหม่เริ่มต้น
คำถาม
คำถามBEM มีปันผลหรือไม่?
BEM จ่ายปันผลต่อเนื่อง แต่ผลตอบแทนปันผลอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง สำหรับผู้ที่เทรด CFD จะไม่ได้รับปันผล เพราะ CFD เป็นสัญญาอนุพันธ์ ไม่ใช่การถือหุ้นจริง
ใช้เงินเท่าไรในการเริ่มเทรด BEM กับ EightCap?
ขั้นต่ำ 100 USD ในการเปิดบัญชี Standard หรือ Raw จากนั้นสามารถเลือกขนาดล็อตที่เหมาะสมกับเงินทุนของคุณได้
เทรด BEM ผ่านเลเวอเรจสูงสุดเท่าไร?
EightCap ให้เลเวอเรจสูงสุด 1:500 สำหรับฟอเร็กซ์ผ่านนิติบุคคลในบาฮามาส ตัวเลขนี้ไม่ได้ถูกกำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแลของไทย แต่เป็นนโยบายของโบรกเกอร์
การเทรด BEM ผ่าน EightCap ถูกกฎหมายในไทยหรือไม่?
การเทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศไม่ผิดกฎหมายสำหรับนักลงทุนรายย่อยชาวไทย แต่ EightCap ไม่มีใบอนุญาตจาก SEC ไทย ให้บริการภายใต้ใบอนุญาต SCB บาฮามาส ควรตรวจสอบข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง

